เรื่องสยองขวัญในมหาวิทยาลัยไทย (อัพเดตใหม่)

อ่าน 1806 ครั้ง

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

  สำหรับคนที่ชื่นชอบเรื่องราวสยองขวัญ มีเรื่องสยองขวัญในมหาวิทยาลัยไทยมากมายที่เคยอ่านกัน จากเว็บไซต์ pantip ที่รวบรวมเรื่องราวใหม่ๆ ที่ไม่มีการพูดในอินเตอร์เน็ตมาก่อน รวมถึงคอมเม้นต่างๆที่มีการพูดคุยและเล่าเรื่องราวที่ตนเองประสบหรือเคยได้ยินกันมา กำลังเป็นที่นิยมอย่างยิ่งสำหรับคอกระู้ทั้งหลาย เพราะมีเรื่องราวใหม่ๆเพียบ จะมีมหาวิทยาลัยของท่านอยู่หรือเปล่า ลองไล่อ่านดูนะครับ

จริงๆเรื่องผีตามมหาวิทยาลัยนี่ เราเห็นตามเว็บนั้นเว็บนี้หลายที่นะครับ ลองพิมพ์ในกูเกิ้ลดูก็ได้ขึ้นมาเป็นตับเลย แต่ส่วนใหญ่ถ้าสังเกตก็จะเห็นว่ามันเป็นข้อมูลเดียวกันเก่าๆ (เก่ามากกกก) ที่ก็อปกันไปก็อปกันมา วันนี้ผมเลยอยากลองมาอัพเดตข้อมูลใหม่ๆบ้างครับ

เริ่มที่แรกกันเลย มหาวิทยาลัยรังสิตครับ
นับเป็นมหาวิทยาลัยที่เรียกได้ว่ามีผีเยอะที่สุดในกรุงเทพและปริมณฑลก็ว่าได้ จากข้อมูลที่ผู้มีสัมผัสทางวิญญาณท่านหนึ่งได้เคยอธิบายเอาไว้ บริเวณเมืองเอก (ชื่อสถานที่ตั้งของมหาวิทยาลัยรังสิต) มีลักษณะพื้นที่เป็นแอ่งกะทะ นัยว่าไม่ดีตามหลักฮวงจุ้ย

อีกทั้งยังเต็มไปด้วยบ้านถูกปล่อยทิ้งร้างไร้ผู้ดูแล (เช่นบ้านร้าง 9 หลัง และบ้านร้างบันไดแดงสุดโด่งดังของคนชอบลองของทั้งหลาย) ซึ่งผู้มีสัมผัสทางวิญญาณท่านนี้ก็ได้เล่าว่าบ้านร้างเหล่านี้เอง ที่จะเรียกพวกภูตีผีสัมภเวสีเร่ร่อนมาอยู่อาศัย

กลับมาเรื่องสยองของมหาวิทยาลัยรังสิตกันต่อ บอกได้เลย ว่าเยอะกว่าที่ไหนๆ

1. ลิฟต์ตึก 3 : ตึก 3 นับได้ว่าเป็นตึกที่เก่าที่สุดเป็นอันดับ 2 ของมหาวิทยาลัย ลิฟต์ที่ตึกตอนกลางวันจะใช้งานได้ปกติธรรมดา แต่ตกกลางคืน ลิฟต์จะเปิดเองเป็นประจำ (ถ้าจะบอกว่าลิฟต์มันเสีย ทำไมมาเจาะจงเสียเฉพาะตอนกลางคืนล่ะ?)

หากเรากดชั้นไหน มันจะไม่ค่อยยอมไปตามชั้นที่เรากด เช่นกดชั้น 6 ลิฟต์ดันจอดชั้น 5

(ซึ่งชั้น 5 เป็นชั้นของนิติศาสตร์ เคยมีคนเห็นผู้หญิงชุดขาวในกระจกข้างลิฟต์เป็นประจำ ทั้งๆที่ข้างลิฟต์ชั้นนั้นมันไม่มีกระจก!!
ตัวเราก็เคยประสบกับตัวเช่นกัน ยืนรอเพื่อนอยู่ชั้น 5 ตรงริมทางเดิน สักพักก็ได้ยินเสียงคนเดินอยู่ที่ริมทางเดินของอีกฝั่ง
พยายามไม่คิดอะไรบอกตัวเองว่าคงหูฝาด แต่เสียงเดินที่ว่ามันดันใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ทีนี้เลยไม่รอแล้วเพื่อน ขอลงก่อนโดยฉับพลัน)

2. ตึก 3 ห้อง 508 : พี่ยามที่ตึกแกเล่าให้ฟังว่า วันดีคืนดี จะเห็นเครื่องเซ่นวางอยู่ในห้อง ไม่รู้ว่าใครเอามาวางไว้ และพอเช้า เครื่องเซ่นที่ว่าจะหายไปดื้อๆโดยไร้สาเหตุ

มีคลิปวิดีโอประกอบครับ
http://www.youtube.com/watch?v=d6EiS-F9XJE

3. ห้องน้ำหญิง ตึก 5 (วิศวะฯ) :

เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นแค่ตำนาน แต่มันคือเรื่องที่เกิดขึ้นจริง เมื่อนักศึกษาหญิงคนหนึ่งได้ถูกแฟนหนุ่มใหญ่ลากออกมาจากห้องสอบ (สาเหตุคงเรื่องหึงหวง)

ฝ่ายชายลากฝ่ายหญิงเข้าไปเคลียร์กันในห้องน้ำ มีเสียงทำเลาะโวยวายกันได้สักพัก ฝ่ายชายก็เอาปืนยิงฝ่ายหญิงก่อนที่จะยิงตัวเองตายตาม

ช่วงเกิดเรื่องใหม่ๆนี่บอกเลยว่าหลอนโครต มีคนได้ยินเสียงทะเลาะกันตามด้วยเสียงปืนเวลาเดิมๆแทบทุกวัน
(เค้าว่าคนที่ฆ่าตัวตายจะต้องติดอยู่ในลูป ทำเหตุการณ์ซ้ำตอนที่ตายเหมือนเดิมไปเรื่อยๆ)
ห้องน้ำห้องที่ว่าปกติก็น่ากลัวอยู่แล้ว ตั้งอยู่ตรงทางสามแพร่ง พอเกินเรื่องก็มีสายสิญจน์มาพันรอบๆอีก บอกเลยว่าเดือด
http://www.youtube.com/watch?v=Wr_rOA_GLhA

4. ลานจอดรถตึก 10 :
เป็นเหตุการณ์ที่เกิดกับนักศึกษาคณะภาพยนตร์กลุ่มหนึ่งที่กำลังถ่ายหนังผีกันอยู่ ขณะถ่ายทำน้องคนที่เป็นผู้กำกับเห็นทีมงานตัวเองคนหนึ่งยืนขวางอยู่ในเฟรม ก็เลยตะโกนบอกให้หลบ
ไอ้คนที่ยืนขวางก็มึนยืนเฉยไม่สนอะไร ตาผู้กำกับคนนี้ก็เลยโมโหลุกเดินไปด่าไปเตรียมเอาเรื่องเต็มที่
แต่พอเดินไปถึง คนๆนั้นที่ยืนขวางก็หันมายิ้มแล้วกระโดดตึกร่วงลงหายไปเลย
(ตั้งใจจะถ่ายหนังผีดันเจอผีจริงๆ กลายเป็นตำนานไปพักนึงเลยทีเดียว)

มากันที่ๆสองบ้างครับ มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.)

ตึกวิทยาศาสตร์เก่า :
เค้าว่าตึกนี้เฮี้ยนทั้งตึก ไล่ตั้งแต่หน้าตึกเลย จะมีชุดครุยใส่ตู้กระจกอยู่ คำนวณจากภายนอกเก่าพอสมควร เห็นว่าเป็นชุดของนักศึกษาคนหนึ่งที่เกิดเสียชีวิตในวันรับปริญญา เลยนำชุดของเธอมาตั้งไว้หน้าตึกให้วิญญาณสงบ
http://www.youtube.com/watch?v=DKVo2Fs3Ae8

ขึ้นมาข้างบนชั้น 13 เคยมีอาจารย์หัวใจวายตายที่ชั้นนั้น ดึกๆอยากรู้มีจริงมั้ยให้ลองไปเดินแล้วพูด “อาจารย์ เอายาแก้โรคหัวใจมาให้”

จุดที่หนักสุดหลายๆคนยกให้ห้องน้ำชั้น 5 ถ้าเข้าคนเดียวจะได้ยินเสียงเคาะประตู บางคนใครดวงดีจริงๆถึงขั้นได้ยินเสียงร้องไห้
http://www.youtube.com/watch?v=jLmbNcNFdQE


สนามบาส : เคยมีเดือนมหา’ลัยคนหนึ่งได้เสียชีวิต เดือนคนนี้เป็นนักบาสด้วย
ช่วงที่เค้าตายใหม่ๆ มีคนเล่าว่าเห็นเดือนคนนี้เล่นบาสอยู่ในสนาม
เห็นว่าถ้าอยากเจอให้มาเล่นบาสคนเดียวดึกๆ แล้วจะได้ยินเสียงเดาะบาสเพิ่มขึ้นมาโดยที่ไม่ใช่เสียงจากลูกบาสของเรา

ป้ายแม่ตะเคียน :
นี่คือเรื่องที่พีคที่สุดของมหาวิทยาลัยนี้เลยก็ว่าได้ จะมีต้นไม้ใหญ่อยู่แถวๆตึกวิทย์เก่า ที่ต้นไม้นั้นจะมีป้ายไม้เล็กๆอยู่ป้ายหนึ่ง
(สังเกตไม่ยาก เพราะของไหว้เพียบ)

เล่าว่าป้ายนี้ทำมาจากไม้ตะเคียนและมีนางตะเคียนสถิตย์อยู่ข้างใน เคยมีนักศึกษากลุ่มหนึ่งไปถ่ายรายการแล้วจุดธูป 1 ดอก
หนึ่งในนั้นถึงกับร้องไห้แตกขึ้นมากลางวง เธอเล่าให้ฟังทีหลังว่าระหว่างที่จุดธูปไหว้อยู่
เธอเห็นผู้หญิงแต่งตัวแบบโบราณ หน้าขาวปากแดงอยู่ใต้ป้ายไม้ดังกล่าว
แล้วหญิงโบราณคนนี้ก็ลอยพุ่งเข้ามาอยู่ตรงหน้าเธอ จากนั้นเธอก็อึดอัด หายใจไม่ออก จนต้องร้องไห้ออกมา

มาต่อกันที่มหาวิทยาลัยต่อไปเลยนะครับ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

ตัวผมเองไปลองของมานี่แทบจะพูดได้ว่าเกือบทุกมหาลัยในกรุงเทพแล้วครับ ด้วยความเป็นคนไม่เชื่อเรื่องผีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
ที่นั่นที่นี่เค้าว่าเฮี้ยน เค้าว่าเดือด ไปลองทำตามมาทุกอย่าง ไม่เคยเจออะไร

จะมีก็ที่สวนสุนันทานี่ล่ะครับ ที่รู้สึกว่าใกล้เคียงกับการโดนผีหลอกมากที่สุด

โหดไม่โหด ก็น้องคนหนึ่งของผมที่เรียนที่นั่นมันบอกผมว่า
“เป็นลูกพระนางต้องทำใจพี่ กลัวผีมั้ยก็กลัว แต่มันเคยชิน มันอยู่กับอย่างนี้มาตลอด”

ประวัติคร่าวๆของที่นี่ พอได้ฟังก็ไม่น่าแปลกใจที่เฮี้ยนครับ
ที่นี่ก่อนจะมาเป็นมหาวิทยาลัย เดิมเคยเป็นวังเก่าของ สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี
ซึ่งเป็นนางสนมของรัชกาลที่ 5 (ข้อมูลตรงนี้ผิดพลาดยังไงขออภัยครับ)

เด็กนักศึกษาที่นี่ส่วนมากจะเรียกตัวเองว่า “ลูกพระนาง” ครับ
คำว่าพระนางในที่นี้ ก็หมายถึง สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี นั่นเอง

เริ่มที่เรื่องแรกกันเลย

1. ใต้ดินตึกศิลปกรรม : ว่ากันว่าที่ชั้น G ตึกศิลปกรรม หรือก็คือชั้นใต้ดินนั่นเอง ในสมัยยังเป็นวังนั้นที่ตรงนี้เป็นคุกเก่า
(ตอนที่ผมไปบอกเลยว่าน่ากลัวมาก ช่วงตีนบันไดก็ยังพอมีไฟฟ้าอยู่บ้าง แต่พอเดินไปลึกๆนี่มืดตื๋อเลย
ตามสองข้างทางก็จะเป็นห้องเรียน ลองมองส่องเข้าไปห้องนึง ป๊ะเข้ากับหุ่นเขียนแบบ หัวใจเกือบวาย)
ดึกๆเห็นว่ายามจะได้ยินเสียงโซ่ตลอด (น่าจะเป็นโซ่ตรวนที่ล่ามขานักโทษ)
เด็กจิตรกรรมคนหนึ่งได้เล่าให้ฟังว่าเคยอยู่ดึกๆเขียนงานไปดูดบุหรี่ไป ยังเคยเจอแม่ (พระนางสุนันทา) มาเตือนให้เลิกดูดบุหรี่
จนสุดท้ายทุกวันนี้ไม่มียามกล้าอยู่เฝ้าชั้นใต้ดินตอนดึกๆเลยแม้แต่คนเดียว

http://www.youtube.com/watch?v=HKDfXnEgO_Y

2. ห้องแกรนด์เปียโน :
เรื่องเกิดจากเด็กนาฏศิลป์กลุ่มหนึ่งได้ขึ้นมาทำกิจกรรมให้ห้องแกรนด์เปียโน
แล้วเหมือนว่าไม่ได้มีการบอกกล่าวหรือไหว้ขอนุญาติใดๆในห้องนี้ก่อน
(มหาวิทยาลัยนี้ ทุกห้องทุกตึกจะมีบรมครูอยู่ทุกๆที่)
นักศึกษาหญิงคนนึงในกลุ่มที่เป็นคนมีเซนส์อยู่ดีๆก็เกิดชัก อารมณ์ประมาณว่าของเข้า
ขณะที่ทุกคนกำลังพยายามช่วยเพื่อนที่โดนของเข้าอยู่นั้นเอง ก็มีนักศึกษาหญิงอีกคนเห็นเงาผู้ชายแก่ๆยืนอยู่ข้างๆเปียโนในห้อง

3. พี่จุก :
ที่ห้องดนตรีไทยของมหาวิทยาลัย อะไรก็ตามที่เป็นไทยๆ จะถูกรวบรวมนำมาเก็บไว้ในห้องนี้
โดยของบางอย่างในห้อง ว่ากันว่าเก่าแก่ขนาดตกทอดมาตั้งแต่สมัยยังเป็นตำหนักเลยทีเดียว

ในห้องจะมีกุมารทองอยู่ 2 ตน สีแดงกับสีชมพู สีแดงคือพี่จุก สีชมพูคือเพื่อนเค้า
ครั้งหนึ่งระหว่างการรับน้องของคณะ เด็กปี 1 คนนึงเกิดกรี๊ดสนั่นขึ้นมา ก่อนจะตะโกนว่า
“กูจะเอาไปด้วย กูจะเอาไปด้วย”
มารู้ตอนหลังว่าเป็นพี่จุกที่ไปเข้าสิง เค้าโกรธที่ย้ายห้องดนตรีขึ้นมาบนตึกแล้วไม่เอาเค้าขึ้นไปด้วย เค้าเหงา

4. ครูฮอน :
ชั้น 4 ตึกศิลปกรรม เป็นชั้นของศิลปะการแสดง ประกอบไปด้วยนาฏศิลป์ไทยกับการละครไทย
ครูฮอนเป็นศิษย์เก่าของมหาลัยนี้ เอกนาฏศิลป์
ด้วยความที่รักและผูกพัน ครูฮอนจึงได้กลับมาเป็นอาจารย์สอนที่นี่
ครูฮอนเสียชีวิตไปด้วยโรคปลอดติดเชื้อ เรื่องเล่าต่อมา เมื่อประมาณราวๆ 4 ทุ่ม
พี่ยามสองคนก็ได้ขึ้นลิฟต์มาชั้น 4 เพื่อตรวจดูความเรียบร้อยและไล่เด็กกลับบ้าน
มาถึงชั้น 4 ลิฟต์ก็เปิดออก (ปิดไฟมืด เป็นทางเดินยาวๆ) พี่ยามทั้งสองก็เห็นเป็นเงาคนยืนอยู่ที่สุดฝั่งทางเดินอีกฝั่ง

พี่ยามก็ตะโกนบอก
“ทำไมยังไม่กลับบ้าน ตึกปิดแล้วครับ”

คนที่ยืนอยู่อีกฝั่งก็ไม่ตอบอะไร ยามทั้งสองคนก็เริ่มโมโห เดินเข้าไปหา
พอใกล้จะถึงก็ส่องไฟฉายเข้าใส่ พบเป็นผู้ชายยืนอยู่ ยืนแบบปกติเลย ไม่มีเลือดไม่มีอะไร

แต่ผู้ชายคนนั้นไม่มีท่อนล่าง ตั้งแต่เอวลงไปไม่มีอะไรเลย

แล้วสักพัก ผู้ชายคนนั้นก็รำ

คาดกันว่า ผู้ชายคนนั้น น่าจะเป็นครูฮอนนั่นเอง

http://www.youtube.com/watch?v=B0jXsrjm40E

5. เนินพระนาง (ใหม่) :
เป็นเรื่องเล่าของชมรมเชียร์ลีดเดอร์ครับ น้องเค้าเล่าให้ฟังว่ามีตอนใกล้แข่งที่ต้องอยู่ซ้อมกันดึกๆ
ฝ่ายเต้นก็จะหันหน้าเข้าหาเนินพระนาง หันหลังให้ตึก
ระหว่างที่เต้นๆอยู่ น้องอีกกลุ่มที่นั่งดูเพื่อนเต้น ก็เห็นที่ตึกฝั่งตรงข้ามมีเงาคนมายืนดูอยู่เต็ม
บ้างก็ยืน บ้างก็นั่งห้อยขา

6. เนินพระนาง (เก่า) :
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมโดนมากับตัวเลยครับ น่าจะเป็นประสบการณ์เฉียดผีที่สุดแล้ว
คือผมเนี่ย ต่อให้เห็นผีมาปรากฏแลบลิ้นปลิ้นตาต่อหน้าจริงๆ ยังไม่แน่ใจว่าจะเชื่อว่าโดนผีหลอกเลยครับ
เผลอๆตื่นเช้ามาจะบอกตัวเองด้วยซ้ำว่าแค่ตาฝาด คิดไปเอง (จิตปรุงแต่ง)

แต่เรื่องที่ผมไปโดนมาที่สวนสุนันทานั้น บอกได้เลยว่าใกล้เคียงกับคำว่าปาฏิหาริย์เลยล่ะ

ตอนแรกเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เพื่อนผมโดนมาก่อนครับ น้องมายด์ สตรอว์เบอรี่ชีสเค้ก
เธอเรียนนิเทศอยู่ที่มหาลัยนี้ ครั้งหนึ่งตอนรับน้องก็ได้ซื้อธูปมากะจะไปไหว้พระนางกัน
ระหว่างเดินในช่องทางเดิน (เนินพระนางเก่าจะอยู่หลังตึกนิเทศ ช่องทางเดินที่ว่าจะลอดผ่านตึกนิเทศไปยังเนินพระนาง
เด็กนิเทศจะเรียกหลืบนิเทศ)
เพื่อนมายด์เค้าก็จุดเทียนขึ้นมาลอง 1 ดอก
มายด์เป็นคนเหม็นธูปก็เลยโวยวาย ก่อนจะดึงธูปในมือเพื่อนมาปักลงดินที่หน้าเนินพระนาง
มายด์เล่าให้ฟังว่าทันทีที่ปักธูปลมพัดแรงมาก พัดแรงปานพายุย่อมๆจนเพื่อนๆต้องรีบขอขมาแม่กันยกใหญ่

ผมมีโอกาสได้ไปลองทำเลียนแบบเรื่องนี้มาครับ
เวลาประมาณ 4 ทุ่มเกือบๆ 5 ทุ่ม จะเจอผีก็ประมาณนี้แหละกำลังดี

ยืนหน้าเนินพระนาง จุดธูปขึ้นมา 1 ดอก (จุดธูป 1 ดอกตำราว่าคือการเรียกผี)
ก่อนจะปักก็เช็คสภาพลมรอบตัวอย่างดีครับ สงบนิ่งเลย ไม่หือไม่อือใดๆทั้งสิ้น

แต่พอปักดินเข้าเท่านั้นล่ะครับ อย่างกับพลอตหนังสยองขวัญ ลมพัดมาทันที
แล้วไม่ใช่แบบค่อยๆพัดด้วย มาแบบกระโชกโฮกฮากเลย

บอกตั้งแต่ต้นแล้วว่าผมไม่เชื่อเรื่องผีครับ มาเป็นตัวก็ไม่เชื่อ
แต่กรณีนี้ยังไงก็ไม่มีทางคิดไปเองได้แน่ๆครับ นี่เข้าข่ายวิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้แบบจะแจ้ง

ถึงตรงนี้ทำอะไรไม่ถูกครับ โทรถามเพื่อนเลย เพื่อนผมบอกอย่าดับธูปเด็ดขาด
ถ้าดับธูปเหมือนเรียกเค้ามาแล้วไล่เค้ากลับแบบหมูแบบหมา ต้องลาเค้าดีๆก่อน
ผมก็ซื้อน้ำแดงซื้อดอกไม้มาขอขมาตามสเต็ป ก่อนรอให้ธูปดับไปเองตามธรรมชาติของมันครับ

ที่เล่ามานี่ไม่ใช่ให้ไปลองของที่เนินพระนางกันนะครับ คือที่มหาลัยนี้นี่เค้านับถือแม่กันมาก
ไปลองสุ่มสี่สุมห้าอาจจะไม่ได้เจอแค่ผี อาจจะโดนตีนเด็กนักศึกษาที่นั่นเอาได้ 55555

พระนางศักดิ์สิทธิ์มากครับ เด็กที่นี่คนไหนมีคิวจะทำกิจกรรมอะไรเค้าจะมาไหว้แม่ตั้งแต่ตีห้า
น้องคนหนึ่งเล่าให้ผมฟังตอนที่ไปลองปักธูป น้องเค้าบอกเดินมาตอนตีห้ากะมาไหว้แม่
มองขึ้นไปบนเนินเห็นนางรำ รำอยู่ห้าคน
ผมก็ถาม เฮ้ย! เห็นแล้วทำไงต่อ น้องมันบอกก็ยืนดูจนเค้ารำเสร็จ แล้วเค้าก็ค่อยๆจางหายไป
(แหม่... เป็นกูนี่วิ่งตั้งแต่เห็นละ)

http://www.youtube.com/watch?v=d6fnQEwYaDY

ข้อสุดท้ายละ ในสวนสุนันทามีหลุมหลบภัยด้วยนะครับ คาดว่าน่าจะสร้างไว้รับมือตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 นั่นเอง

สุดท้ายก็ขอทิ้งไว้ด้วยประโยคของรุ่นพี่ผมคนหนึ่ง ที่เรียนจบจากที่มหาลัยนี้

แกพูดเป็นปรัชญาไว้ตอนแกเมาว่า
“คำว่า หลุมหลบภัย คำว่าสงคราม...  มันก็ใกล้เคียงกับคำว่าความตาย”

เอาเป็นว่าเรื่องราวยังมีอีกเยอะครับ ยังไงถ้าอยากรู้เรื่องสยองขวัญในมหาวิทยาลัยอีกมากมาย ก็ตามไปอ่านที่กระทู้นี้เลยครับ

ที่มา: http://pantip.com/topic/32613119
ชุดตรวจเลือด ตรวจเอชไอวีด้วยตัวเองที่บ้าน

 

SMF 2.0.6 | SMF © 2011, Simple Machines