กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 6
1
โซนเอเชีย / Bangkok - Japan วันเดียวก็เที่ยวญี่ปุ่นได้
« กระทู้ล่าสุด โดย tananon เมื่อ 02/ส.ค./2016 03:12:13 »
"Japanese town" ย่านญี่ปุ่นในไทย ไม่ใกล้ไม่ไกล ไม่ต้องขอวีซ่า พาสปอต เพราะมันอยุ่ที่ซอยสุขุมวิท 33/1 นี่เองค่ะ

วิธีไปง่ายๆ นั่ง bts ลงสถานีพร้อมพงษ์ ทางออกที่ 2 ลงบันไดฝั่ง emquartier เดินย้อนขึ้นไปจนเจอ ซอยสุขุมวิท 33/1 เป็นซอยยาวประมาณ 300 เมตร
พอเริ่มเดินเข้ามาในซอยจะสังเกตเห็นชาวญี่ปุ่นเดินสวนไปมา และมีร้านค้าอาหารญี่ปุ่นเรียงรายสองข้างทาง ตัวหนังสือเริ่มเปลี่ยนเป็นภาษาญี่ปุ่น ได้รรยากาศเหมือนมาเดินอยู่ที่ญี่ปุ่นจริงๆเลยค่ะ แต่ติดตรงที่อากาศนี่แหละ รับรองน่าเที่ยว เหมือนได้ไปญี่ปุ่นจริงๆ เลยค่ะ....

2
กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกประกาศตารางรายชื่อประเทศสำหรับผู้ที่ถือหนังสือเดินทางไทยเดินทางไปได้โดยไม่ต้องขอรับการตรวจลงตรา หรือ วีซ่า

เว็บไซต์ consular.go.th ของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ได้เผยเอกสารแจ้งรายชื่อประเทศที่ผู้ถือหนังสือเดินทางไทย สามารถเดินทางไปได้โดยไม่ต้องรอรับการตรวจลงตรา หรือ วีซ่า แต่ต้องตรวจสอบก่อนว่าสามารถอยู่ได้สูงสุดกี่วัน เช่น ญี่ปุ่น สามารถพำนักอยู่ในประเทศได้ 15 วัน , บราซิล 90 วัน , ฮ่องกง 30 วัน , รัสเซีย 30 วัน , และมัลดีฟส์ 30 วัน เป็นต้น


โดยรายละเอียดดังนี้ ประเทศและดินแดนที่ผู้ถือหนังสือเดินทางไทย เดินทางไปได้โดยไม่ต้องขอรบการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา ประกอบด้วย

1. อาร์เจนตินา (90)
2. บาห์เรน* (14)
3. บราซิล (90)
4. บรไนู (14)
5. กัมพูชา (14)
6. ชิลี (90)
7. เอกวาดอร์ (90)
8. จอร์เจีย * (365)
9. ฮ่องกง (30)
10. อินโดนีเซีย (30)
11. ญี่ปุ่น (15)
12. สาธารณรัฐเกาหลีใต้ (90)
13. ลาว (30)
14. มาเก๊า (30)
15. มองโกเลีย (30)
16. มาเลเซีย (30)
17. มัลดีฟส์ * (30)
18. เมียนมาร์ (เฉพาะสนามบินนานาชาติ) * (14)
19. ปานามา * (180)
20. เปรู (90)
21. ฟิลิปปินส์* (30)
22. รัสเซีย (30)
23. เซเซลส์* (30)
24. สิงคโปร์* (30)
25. แอฟริกาใต้* (30)
26. ตุรกี* (30)
27. วานูอาตู * (90)
28. เวียดนาม (30)

หมายเหตุ
1. * หมายถึง ประเทศที่ประกาศยกเว้นการตรวจลงตราแก่ไทยฝ่ายเดียว ที่เหลือนอกเหนือจากนั้น คือ ประเทศที่ทำความตกลงทวิภาคีกับไทย
2. ตัวเลขในวงเล็บ หมายถึง จำนวนวันที่สามารถพำนักอยู่ได้ เช่น ผู้ถือหนังสือเดินทางราชการของไทย สามารถดินทางเข้ากัมพูชาได้โดยไม่ต้องขอรับการตรวจลงตราโดยจะได้รับอนุญาตให้พำนักอยู่ได้ไม่เกิน 30 วัน
3. เอกวาดอร์ประกาศยกเว้นการตรวจลงตราแก่คนทุกสัญชาติเพื่อการท่่องเที่ยว เมื่อ มิ.ย. 2551 ซึ่ง สอท. ณ กรุงลิมา ได้แจ้งเพิ่มเติมว่าครอบคลุมถึงผู้ถือหนังสือเดินทางทุกประเทศ

4. ไต้หวันอนุญาตให้ผู้ถือหนังสือเดินทางไทย ที่มีถิ่นที่อยู่ถาวร หรือได้รับการตรวจลงตราแบบเดินทางเข้า-ออกได้หลายครั้ง จากสหรัฐอเมริกา, แคนาดา ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ได์รับการยกเว้นการตรวจลงตราในกา้รเดินทางเข้าประเทศไต้หวัน สามารถขอหลักฐานเข้าไต้หวันได้ที่เว็บไซต์ https://nas.immigration.gov.tw/nase/ และนําหลกฐานทที่ได้รับแสดงต่อสายการบินและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเขาเมืองไต้หวัน (กรณีที่ผู้แสดงหลักฐานแต่ไม่สามารถแสดงวีซ่าของประเทศดังกล่าวในข้อ 1 จะถูกปฏิเสธการเข้าไต้หวัน)

5. รัสเซียยกเว้นการตรวจลงตราให้ผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาของไทย ที่ประสงค์จะเดินทางเข้ารัสเซียเพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น หากเป็นด้วยวัตถุประสงค์อื่นก็อาจถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าเมืองได้ ดังนั้นคนไทยที่จะเดินทางไปรัสเซีย ควรขอรับการตรวจลงให้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ในการเข้าประเทศทุกครั้ง

6. ผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาของไทย จะได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราในการเดินทางเข้าคอสตาริกา หากได้รับการตรวจลงตราประเภทนักท่องเที่ยว ลูกเรือ หรือนักธุรกิจ เข้าสหรัฐฯ แคนาดา Schengen ญี่ปุ่น หรือเกาหลีใต้ และการตรวจลงตราดังกล่าวมีอายุเหลืออย่างน้อย 3 เดือนนับจากวันที่เดินทางเข้าคอสตาริกา หรือเป็นผู็ที่มีถิ่นพำนักถาวรในสหรัฐฯ แคนาดา หรือสหภาพยุโรปที่มีระยะเวลาอนุญาตให้พำนักในฐานะผู้มีถิ่นพำนักถาวรในประเทศดังกล่าวเหลืออย่างน้อย 6 เดือนนับจากวันที่เดินทางเข้าคอสตาริกา สามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมสถานเอกอัคราชทูตประจำสิงค์โปร์ หมายเลขโทรศัพท์ +65 6738 0566 อีเมล์ info@costaricaembassy-sg.net

7. ปานามายกเว้นการตรวจลงตราให้ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยทุกประเภท โดยจะพำนักได้ไม่เกิน 6 เดือน มีผลตั้งแต่ 1 ธ.ค. 2555

และ 8. โคลอมเบีย ยกเว้นการตรวจลงตราให้ผู้ถือหนังสือเดินทางไทย ที่ได้รับการตรวจลงตราจากสหรัฐฯ (ไม่ใช่ประเภท Transit C1) และกลุ่มประเทศเชงเก้น (เฉพาะประเภท C และ D) ที่มีอายุการตรวจลงตราไม่น้อยกว่า 160 วัน นับจากวันที่เดินทางเข้าโคลอมเบีย รวมถึงยกเว้นการตรวจลงตราให้แก่ผู้ที่มีถิ่นที่อยู่ถาวรในสหรัฐฯ และกลุ่มประเทศเชงเก้นด้วย ทั้งนี้ระยะเวลาที่ได้รับการยกเว้นฯ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองโคลอมเบีย

โดยกลุ่มประเทศ เชงเก้น ได้แก่

เบลเยี่ยม (Belgium)
ฝรั่งเศส (France)
เยอรมนี (Germany)
กรีซ (Greece)
อิตาลี (Italy)
ลักเซมเบิร์ก (Luxemburg)
เนเธอร์แลนด์ (The Netherlands)
โปรตุเกส (Portugal)
สเปน (Spain)
ออสเตรีย (Austria)
เดนมาร์ก (Denmark)
ฟินแลนด์ (Finland)
ไอซ์แลนด์ (Iceland)
นอร์เวย์ (Norway)
สวีเดน (Sweden)
สาธารณรัฐเช็ก (Czech Republic)
เอสโตเนีย (Estonia)
ฮังการี (Hungary)
ลัตเวีย (Latvia)
ลิทัวเนีย (Lithuania)
มอลตา (Malta)
โปแลนด์ (Poland)
สโลวะเกีย (Slovakia)
สโลวีเนีย (Slovenia)
สวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland)
และลิเทนชไตน์ (Liechtenstein)

ข้อมูลเมื่อ 10 กุมภาพันธุ์ 2559

สามารถเข้าติดตามรายละเอียดทั้งหมดจาก กรมการกงสุล ได้ที่นี่ . . .
http://www.consular.go.th/main/contents/files/services-20160211-171341-711643.pdf
3
วันที่ชาวไทยหลายๆ คนรอคอยกับ “วันสงกรานต์” ประเพณีการเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ของไทยที่ยึดถือปฏิบัติมาแต่โบราณ แต่ก่อนที่เราจะออกไปเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานนั้น ก็อย่าลืมที่จะทำบุญตักบาตรตอนเช้ากันสักนิด และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือการรดน้ำผู้ใหญ่ เพื่อแสดงความเคารพและขอพรจากท่านในวันปีใหม่ไทยด้วย เอาล่ะ.. ถ้าพร้อมแล้วตามเราไปดู 6 สถานที่เล่นน้ำสงกรานต์ 2559 โดนใจวัยรุ่น! พร้อมเปียกกันรึยัง!

1. สงกรานต์ ถนนข้าวสาร

เป็นที่ยอดฮิต ตลอดกาลของเหล่าวัยรุ่น และชาวต่างชาติ ซึ่งนอกจากจะมีการเล่นสาดน้ำสงกรานต์ให้เย็นชื่นใจที่เราสามารถเดินเล่นกันตั้งแต่ถนนข้าวสาร ถนนพระอาทิตย์ ยาวไปถึงถนนเส้นราชดำเนิน กันเลยทีเดียว เริ่มตั้งแต่วันที่ 13 – 15 เมษายน 2559


2. สงกรานต์ ถนนสีลม

ตั้งแต่วันที่ 13 – 15 เมษายน 2559 เช่นกัน เป็นสถานที่เล่นน้ำที่นิยมของวัยรุ่นอีกเช่นกัน เต็มไปด้วยความสนุกสนานยาวตลอดทั้งเส้นสีลม

3. สงกรานต์ Route66 Club – RCA

มาต่อกันที่สายดาร์กกันบ้าง! Night Party แบบวัย 20+ ที่ได้รับความนิยมจากวัยรุ่น วัยทำงาน หนุ่มหล่อ สาวสวยหน้าตาดี .. เล่นน้ำพร้อมกับปาร์ตี้สุดมันส์กับเหล่าดีเจ นักแสดงที่จะมาเซอร์ไพร์สในแต่ละวัน สร้างความสนุกสนานให้มันส์กันทั้งคืน! ซึ่งเมื่อปีที่แล้ว Route66 ได้ร่วมมือกับทาง SMIRNOFF และ 95.5 VIRGIN HITZ PETJAH จัดสงกรานต์หนักหน่วงถึง 6 คืนรวด! รอดูกันว่าปีนี้จะมีเซอร์ไพร์สเด็ดอะไรบ้าง

4. สงกรานต์ S2O Songkran Music Festival 2016

Night Party แบบวัย 20+ ช่วงนี้คงไม่มีที่ไหนมาแรงเท่าที่นี่อีกแล้ว งานดนตรีอิเล็กทรอนิกส์สุดยิ่งใหญ่ เพราะเขาได้รวมเหล่าดีเจชื่อดังระดับโลกมาเปิดเพลงสุดตี๊ด แนว EDM ให้เราได้ฟังพร้อมแสงสีสุดอลังการ และยังมี Gimmick พิเศษของงานนั่นก็คือน้ำที่พุ่งมาแบบ 360 องศา ที่สาดกระหน่ำ เปียกทั่วหน้า ท้าลมร้อนกลางเดือนเมษายนแบบสมันส์สุดเหวี่ยง 3 วันเต็ม!! คงไม่ต้องบอกว่ามันคุ้มค่าแค่ไหน วันที่ 13-15 เม.ย นี้ ที่ SHOW DC OASIS OUTDOOR ARENA

5. สงกรานต์ Water war & Wipe out songkran festival 2016

ใกล้ๆ กันไม่ห่างไปไหน กันอีกหนึ่งปาร์ตี้เล่นน้ำสงกรานต์ Water war & Wipe out songkran festival 2016 ที่ RCA  ถนนพระราม 9

6. ARTBOX THAILAND : Join Songkran Fest with ARTBOX

สงกรานต์นี้ ARTBOX เปิดกันไปยาวๆ เลย 5 วันเต็ม 13-17 เมษายน  สนุกเหมือนเดิมเพิ่มเติม คือความ cool…. มาร่วมสาดฟอง ให้เต็มงาน ARTBOX Join Songkran Fest with ARTBOX ที่ the em district สถานีพร้อมพงษ์ ทางออก 6 (BTS Phrom phong Exit6) มี 2 โซนด้วยกันคือ

1.Bubble Splash Area : shopping, chilling, selfie, Folk song.

2. Water fight Area : drink, drunk, dance with DJ


ส่วนใครที่เบื่อกับการเล่นน้ำในกรุงเทพฯ กันแล้ว ลองออกมาตามต่างจังหวัดดูสิ เป็นที่นิยมของวัยรุ่นไม่แพ้ในเขตกรุงเทพฯ เลยนะ ไม่ว่าจะเป็น

1. ชายหาดพัทยา จังหวัดชลบุรี วันที่ 16 – 17 เมษายน 2559 หลังจากที่มันส์สุดเหวี่ยงจากกรุงเทพฯ กันมาแล้ว แต่ยังอยากสนุกกับเทศกาลสงกรานต์อยู่ ก็ต้องมาวันไหล! ที่พัทยานี่แหละ

2. บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ วันที่ 22 – 24 เมษายน 2559

3. รอบคูเมือง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่  วันที่ 12 – 16 เมษายน 2559 

4.  ถนนข้าวเหนียว (ถนนศรีจันทร์) และบริเวณบึงแก่นนครอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น วันที่ 5 – 15 เมษายน 2559

5. หาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต วันที่จัดงาน : วันที่ 11 – 13 เมษายน 2559

6. เมืองหาดใหญ่ (งานหาดใหญ่มิดไนท์สงกรานต์) จังหวัดสงขลา วันที่ 11 – 15 เมษายน 2559 ริเวณถนนนิพัทธ์อุทิศ 3 , ถนนเสน่หานุสรณ์ , ถนนธรรมนูญวิถี และวัดมหัตตมังคลาราม (วัดหาดใหญ่)

7. เกาะสมุย บริเวณชายหาดเฉวง จังหวัดสุราษฎร์ธานี วันที่ 12 – 13 เมษายน 2559 “สงกรานต์เกาะสมุย รักษาประเพณีไทย รดน้ำผู้สูงวัย รักษาใจ รักษาชาติ”

เรียบเรียงโดย Travel.Mthai.com

ขอบคุณข้อมูล การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
4
   วันนี้เรามาติดตามอัพเดทเรื่องราวของอาเซียน หรือ AEC ที่หลายคนอาจยังไม่รู้กัน อย่างเรื่อง ข้อห้ามของ 10 ประเทศอาเซียน ที่ควรรู้ ที่แต่ละประเทศนั้นเขาก็มีหลักความคิดแปลกๆ ที่อาจแตกต่างและไม่คุ้นชินอย่างบ้านเรา ดังนั้นเพื่อไม่ให้เราพลาดทำสิ่งต้องห้ามของเพื่อนบ้านอาเซียน และเพื่อจะได้เคารพสิทธิ์ของแต่ละประเทศได้อย่างถูกต้อง เราจึงต้องเตรียมความพร้อมด้วยเกร็ดความรู้ดีๆ ก่อนเปิดประตูสู่อาเซียนกัน


เริ่มต้นจาก 1.ประเทศบรูไน ดารุสซาลาม (Brunei Darussalam)

ข้อห้ามควรรู้ :

1. ควรหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าสีเหลือง เพราะถือเป็นสีของพระมหากษัตริย์

2. การทักทายจะจับมือกันเบาๆ และสตรีจะไม่ยื่นมือให้บุรุษจับ

3. การใช้นิ้วชี้ไปที่คนหรือสิ่งของถือว่าไม่สุภาพ แต่จะใช้หัวแม่มือชี้แทน

4. จะไม่ใช้มือซ้ายในการส่งของให้ผู้อื่น

5. สตรีเวลานั่งจะไม่ให้เท้าชี้ไปทางผู้ชายและไม่ส่งเสียงหรือหัวเราะดัง

6. วันหยุดคือวันศุกร์และวันอาทิตย์, วันศุกร์ 12.00-14.00 น.ทุกร้านจะปิด

7. จัดงานเย็นต้องจัดหลัง 2 ทุ่ม

 

2. ประเทศกัมพูชา (Cambodia)

ข้อห้ามควรรู้ :

1. ผู้หญิงห้ามแต่งตัวเซ็กซี่, ผู้ชายไว้ผมยาวจะมีภาพลักษณ์ นักเลง

2. ห้ามจับศีรษะ คนกัมพูชาถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่สุดของร่างกาย

3. สบตามากเกินไป ถือว่าไม่ให้เกียรติ

 

3. ประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia)

ข้อห้ามควรรู้ :

1. ไม่ควรใช้มือซ้ายในการรับ-ส่งของ คนมุสลิมอินโดนีเซียถือว่ามือซ้ายไม่สุภาพ

2. นิยมใช้มือกินข้าว

3. ไม่ควรชี้นิ้วด้วยนิ้วชี้ แต่ใช้นิ้วโป้งแทน

4. ไม่จับศีรษะคนอินโดนีเซียรวมทั้งการลูบศีรษะเด็ก

5. การครอบครองยาเสพติด อาวุธ หนังสือรูปภาพอนาจาร มีบทลงโทษหนัก อาทิ การนำเข้าและครอบครองยาเสพติดมีโทษถึงประหารชีวิต

6. บทลงโทษรุนแรงเกี่ยวกับการค้าและส่งออกพืชและสัตว์กว่า 200 ชนิด จึงควรตรวจสอบก่อนซื้อหรือนำพืชและสัตว์ออกนอกประเทศ

7. มอเตอร์ไซค์รับจ้างต้องมีมิเตอร์

8. งานศพใส่ชุดสีอะไรก็ได้

 

4. ประเทศลาว (Laos)

ข้อห้ามควรรู้ :

1. ลาวขับรถทางขวา

2. ติดต่อราชการต้องนุ่งซิ่น

3. เดินผ่านผู้ใหญ่ ต้องก้มหัว

4. ถ้าเพื่อนคนลาวเชิญไปพักที่บ้านห้ามให้เงิน

5. อย่าซื้อน้ำหอมให้กัน

6. เข้าบ้านต้องถอดรองเท้า และถ้าเขาเสิร์ฟน้ำต้องดื่ม

 

5. ประเทศมาเลเซีย (Malaysia)

ข้อห้ามควรรู้ :

1. ใช้มือขวาเพียงข้างเดียวในการรับประทานอาหาร และรับส่งของ

2. เครื่องดื่มแอลกฮอล์เป็นเรื่องต้องห้าม

asean-student

ข้อห้ามของ 10 ประเทศอาเซียน ที่ควรรู้

6. ประเทศเมียนมาร์ หรือพม่า (Myanmar)

ข้อห้ามควรรู้ :

1. ไม่ควรพูดเรื่องการเมือง กับคนไม่คุ้นเคย

2. เข้าวัดต้องถอดรองเท้า ถุงเท้า

3. ห้ามเหยียบเงาพระสงฆ์

4. ให้นามบัตรต้องยื่นให้สองมือ

5. ไม่ควรใส่กระโปรงสั้น กางเกงขาสั้น ในสถานที่สาธารณะและศาสนสถาน

6. ผู้หญิงชอบทาทะนาคา (ผู้ชายก็ทาด้วย) ผู้ชายชอบเคี้ยวหมาก

 

7. ประเทศฟิลิปปินส์ (Philippines)

ข้อห้ามควรรู้ :

1. เท้าสะเอว หมายถึง ท้าทาย, เลิกคิ้ว หมายถึง ทักทาย

2. ใช้ปากชี้ของ

3. กินข้าวบ้านเพื่อนสามารถห่อกลับได้ แต่ควรมีของฝากให้เขาด้วย

4. ตกแต่งบ้าน 2 เดือน ต้อนรับคริสต์มาส

 

8. ประเทศสิงคโปร์ (Singapore)

ข้อห้ามควรรู้ :

1. การหลบหนีเข้าสิงคโปร์และประกอบอาชีพเร่ขายบริการผิดกฎหมาย จะถูกลงโทษอย่างรุนแรง

2. การลักลอบนำยาเสพติด อาวุธปืนและสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ จะได้รับโทษอย่างรุนแรงถึงขั้นประหารชีวิต

3. ขึ้นบันไดเลื่อนให้ชิดซ้าย

4. ห้ามทิ้งขยะเรี่ยราด, ห้ามเก็บผลไม้ในที่สาธารณะ

 

9. ประเทศเวียดนาม (Vietnam)

ข้อห้ามควรรู้ :

1. เวียดนามไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพอาคารที่ทำการต่างๆ ของรัฐ

2. คดียาเสพติดการฉ้อโกงหน่วยงานของรัฐมีโทษประหารชีวิต

3. ตีกลองแทนออดเข้าเรียน

4. ชุดนักเรียนหญิงเป็นชุดอ่าวหญ่าย

5. คนภาคเหนือไม่ทานน้ำแข็ง

6. ไม่ถ่ายรูป 3 คนอย่างเด็ดขาด เพราะถือว่าจะทำให้เบื่อกัน หรือแแยกกันหรือใครคนใดเสียชีวิต

7. ต้องเชิญผู้ใหญ่ก่อนทานข้าว

 

10. ประเทศไทย (Thailand)

ข้อห้ามควรรู้ :

1. ไปศาสนสถานควรแต่งกายเรียบร้อย, ก่อนเข้าอุโบสถต้องถอดรองเท้า

2. ห้ามพระสงฆ์สัมผัสสตรี

3. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นที่เคารพสัการะ การละเมิดใดๆ ถือเป็นความผิดตามรัฐธรรมนูญ

4. ทักทายกันด้วยการไหว้

5. ถือว่าเท้าเป็นของต่ำ ไม่ควรพาดบนโต๊ะ หรือเก้าอี้ หรือหันทิศทางไปที่ใคร

6. ธงชาติถือเป็นของสูง ไม่ควรนำมากระทำการใดๆที่เป็นการเหยียดหยาม

7. การแสดงออกทางเพศในที่สาธารณะ ยังไม่ได้รับการยอมรับในวัฒนธรรมไทย

เรียบเรียงข้อมูลโดย teen.mthai.com
5

"ตามใจคนอื่นมาทั้งชีวิตแล้ว

ลองตามใจตัวเองบ้าง..ดีมั้ย"


ผมเชื่อว่าหลายคนน่าจะอยากลองออกไปเที่ยวคนเดียวดู แต่อาจจะยังไม่กล้า หรือติดข้อจำกัดอะไรหลายๆ อย่าง

ครั้งนี้ผมเลยรวบรวมเหตุผลที่คุณควร เที่ยวคนเดียว ซักครั้งในชีวิต มาให้ลองอ่านกันครับ เผื่อจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับบางคนได้



1. คุณจะได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น
หลายครั้งเราก็เหนื่อยกับการทำอะไรตามใจคนอื่นมาทั้งชีวิต การได้อยู่กับตัวเองก็ทำให้เราได้ทำอะไรตามใจตัวเองบ้าง อยากไปที่ที่อยากไป อยากกินอะไรก็กิน ไม่ต้องคอยห่วงว่าคนนั้นจะกินอะไรได้ หรือไม่กินอะไร และที่สำคัญ เมื่อออกไปเห็นโลกกว้าง ทำให้เราเห็นปัญหาต่างๆ เล็กลง เพราะเราจะรู้สึกว่า เราก็เป็นแค่เศษเสี้ยวบนโลกใบนี้ แค่นั้นเอง


2. คุณจะได้เจอผู้คนหลายหลาย และมิตรภาพดีๆ
เพราะคุณไปคนเดียว ดังนั้นแทบจะไม่มีทางที่คุณจะไม่คุยกับใครเลย ยิ่งไปคนเดียวนี่ผมได้คุยกับคนท้องถิ่น หรือชาวต่างชาติที่มาเที่ยวด้วยกันเยอะมาก อย่างตอนผมไปสวิส ก็ได้รู้จักกับเพื่อนชาวจีน เที่ยวๆ กันอยู่ครึ่งวัน ตอนแยกกันกลับ ผมลืม iPhone ไว้บนรถไฟ พี่แกวิ่งเอาลงมาคืนครับ

หรืออย่างทริปล่าสุดที่เยอรมัน ป้าคนที่ผมเข้าไปถามทาง พูดอังกฤษไม่ได้เลย แกพูดแต่เยอรมัน และพาผมขึ้นรถรางไปส่งถึงโรงแรมเลย เรียกว่าตลอดหลายๆ ทริปผมเจอแต่คนดีๆ ที่คอยให้ความช่วยเหลือผมตลอด


3. เพิ่มโอกาสในการ "ตกหลุมรัก"
การตกหลุมรักในที่นี้ หมายถึงสถานที่ รสนิยม รวมถึงเพื่อนใหม่ก็ที่อาจะกลายมาเป็นเพื่อนซี้ หรือเพื่อนรู้ใจก็ได้นะ เอ้า ผมเห็นบางคนรู้จักกันเพราะชอบเที่ยวเหมือนกันนี่แหละ และสุดท้ายมันก็กลายเป็นสะพานให้เชือมสัมพันธ์กัน จนนำไปสู่การแต่งงาน


4. ช่วยให้คุณ "เอาชนะ" ความกลัวของตัวเอง
หลายคนกลัวหลงทาง หากต้องเที่ยวคนเดียว ไม่ต้องกลัวครับ คุณหลงทางแน่ๆ อยู่แล้ว แต่แค่หลงทางไม่ได้เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย บางครั้งการหลงทางอาจพาคุณไปพบสิ่งดีๆ หรือสถานที่เจ๋งๆ ที่น้อยคนจะรู้ก็ได้

หรือบางคนกลัวเรื่องภาษา แบบภาษายังไม่แข็งจะเที่ยวคนเดียวได้ไง อันนี้ยิ่งไม่ต้องกลัวครับ หลายประเทศที่ผมไปมา หลายคนไม่พูดอังกฤษด้วยซ้ำ ยังสื่อสารกันรู้เรื่อง ถึงเวลาสถานการณ์มันจะพาไปเองครับ 555


5.  "อิสระ" อยากไปไหนก็ไป
ถูกครับ คุณต้องเคยชวนเพื่อนไปเที่ยวแน่ๆ แล้วก็ล่มแล้ว ล่มอีก หรือตกลงกันไม่ได้ซักที นี่เป็นโอกาสดีครับ ที่คุณจะแบกเป้ ลุยเดี่ยว เที่ยวเองเลย
หรือถ้าคุณไปเที่ยวกับทัวร์ หลายครั้งคุณต้องโดนลากไปในสถานที่ที่ไม่ชอบ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องอยู่ให้ครบโปรแกรม

แต่หากคุณไปเที่ยวเอง คุณชอบที่ไหน ก็อยู่นานๆ ซึมซับกับสถานที่ บรรยากาศ และผู้คน แต่หากที่ไหนที่คุณไปแล้วคุณไม่ชอบ รู้สึกเฉยๆ ก็แค่ผ่านเลยไป เห็นมั้ยครับว่าการ เที่ยวคนเดียว อิสระกว่ากันเยอะ


6. ทำให้คุณสามารถ "ทิ้งทุกอย่าง" ที่กวนใจ
ลองคิดดูสิครับ ว่าปกติคุณเป็นโรคกลัวเช้าวันจันทร์กันแค่ไหน การไป เที่ยวคนเดียว สำหรับทริปยาวๆ หน่อย มันเป็นอีกความรู้สึกเลยนะ ตื่นมาวันนี้ ต้องคิดแล้วว่าเราจะไปที่ไหนดี จะไปตามแพลนยังไง ในหัวมีแต่เรื่องแผนการเดินทาง ฟินสุดๆ ถือเป็นการ Refresh สมองไปในตัว


7. เป็นโอกาสที่คุณจะได้ "ตามหาตัวเอง" จนเจอ
บางทีเราก็ไม่รู้หรอกว่าเราชอบอะไร หรือเราถนัดอะไร จนเมื่อเราออก เที่ยวคนเดียว ทีนี้เราต้องใช้สกิล และสัญชาติญาณในการเอาตัวรอดขั้นสูงสุด จนบางครั้งเราอาจจะได้พบความสามารถพิเศษที่อยู่ในตัวเรา และเรามองข้ามมานาน หรือได้เจอสิ่งที่เราชอบจริงๆ ก็ได้ เช่น ชอบใช้ภาษา ชอบพบเจอผู้คน หรือชอบความสงบ และอื่นๆ ที่รอให้คุณไปค้นหากันอีกเพียบ!

เครดิต: pantip.com/topic/34925842
6
อยากเห็นต้นไม้สีเขียว ป่าสีเขียว ในกรุงเทพก็มีนะ เพราะเราจะพาไปโครงการ “ป่าในกรุง” ไปสูดโอโซน ดื่มด่ำธรรมชาติกลางกรุงเทพกัน โครงการนี้ อยู่ที่ ถ.สุขาภิบาล 2 เป็นการพัฒนาพื้นที่สีเขียวในที่ดินของ ปตท. กว้างถึง 12 ไร่


ใครอยากไปพักผ่อนเปลี่ยนบรรยากาศเข้าป่าในกรุงแบบนี้เค้าเปิดทุกวันยกเว้นวันจันทร์ 9 โมงเช้า – 5 โมงเย็น รอบชมภาพยนต์และเจ้าหน้าที่พาเดินชม จะมีเป็นรอบ 09.00, 10.30, 13.00, และ 14.30 น. ใครไม่ได้มาตามรอบนี้ก็สามารถเดินชมได้เอง


ป่าในกรุงนี้อยู่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ ถ้าใครขับรถมาใช้เส้นมอเตอร์เวย์ ไปตามป้ายบางนา เลี้ยวซ้ายออกทางอ่อนนุช แล้วเลี้ยวขวาไปตามถนนสุขาภิบาล 2 ขับตรงไปประมาณ 3 กม. โครงการป่าในกรุงจะอยู่ซ้ายมือ จอดรถริมถนนได้เลย

 
ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก tatviewsblog, pttreforestation , www.khmerbet.com
7
กรมการกงสุล เปิดให้บริการทำหนังสือเดินทางในวันเสาร์ ถึง 2 เมษายน 2559 เวลา 8.30 – 15.30 ใน 3 สำนักงาน

อาจไม่ใช่ข่าวใหม่ แต่นำมาฝากสำหรับคนที่ยังไม่ทราบข่าว เพราะเหลืออีกแค่ 6 เสาร์เท่านั้น จะได้ไม่ต้องลางานไปทำ
กรมการกงสุล ขอแจ้งประชาสัมพันธ์ การเปิดให้บริการทำหนังสือเดินทางในวันเสาร์ ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 16 มกราคม - 2 เมษายน 2559 เวลา 8.30 - 15.30 ใน 3 สำนักงาน ได้แก่

1. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางนา-ศรีนครินทร์
ที่อยู่ ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 2 โซน E

2. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ปิ่นเกล้า
ที่อยู่ อาคาร SC Plaza สถานีขนส่งกรุงเทพ (สายใต่ใหม่) ถนนบรมราชชนนี

3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว มีนบุรี
ศูนย์การค้าบิ๊กซี สาขาสุวินทวงศ์

ที่อยู่ 29 ถนนสุวินทวงศ์ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กทม. 10510
รายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02-572-8442 ตลอด 24 ชั่วโมง

8
เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา สายการบินนกแอร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กแจ้งข่าว ระบุว่าในวันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์นี้ ทางสายการบินจะมีการยกเลิกไฟลท์รวมทั้งหมด 20 เที่ยวบิน โดยเส้นทางที่ได้รับผลกระทบ มีทั้งหมด 10 เส้นทาง

ได้แก่ เส้นทางจากดอนเมือง มุ่งหน้าสู่ หาดใหญ่ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ตรัง พิษณุโลก เชียงราย อุดรธานี อุบลราชธานี สกลนคร ขอนแก่น แบ่งเป็นเส้นทางละ 2 เที่ยวบิน คือทั้งไปและกลับ


ซึ่งจากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า เที่ยวบินทั้งหมด 20 เที่ยวที่ถูกยกเลิกนั้น ไม่ได้ถูกยกเลิกเฉพาะวันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ ตามที่นกแอร์ชี้แจงผ่านหน้าเฟซบุ๊ก แต่มีกำหนดยกเลิกยาวถึงวันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยเจ้าหน้าที่ให้เหตุผลว่า เนื่องจากนักบินไม่เพียงพอ

ซึ่งนกแอร์ระบุว่า หากผู้โดยสารท่านใดมีตั๋วเดินทางตามเที่ยวบินที่ระบุ จะได้รับการติดต่อจากทางสายการบินเพื่อเปลี่ยนแปลงการเดินทาง แต่หากใครที่ยังไม่ได้รับโทรศัพท์จากทางเจ้าหน้าที่ สามารถติดต่อได้ที่ คอลเซนเตอร์ 1318 เช่นเดียวกัน
9
สถานทูตจีน ประกาศแจ้งย้ายสถานที่ทำการยื่นคำขอวีซ่าและปรับอัตราค่าธรรมเนียมวีซ่ามีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2558 เป็นต้นไป โดยมีการเปลี่ยนแปลงดังนี้


– สถานที่ทำการแห่งใหม่ ตั้งอยู่เลขที่ 1550 อาคารธนภูมิ ชั้น 5 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400

– อัตราค่าธรรมเนียบคำขอทำวีซ่า 1,500 บาท/เล่ม  เริ่มตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2558 เป็นต้นไป

– วันเปิดทำการ : วันจันทร์ถึงวันศุกร์ (ปิดทำการวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดราชการ)

– เวลารับเรื่องใบคำขอ :เวลา 09.00 น. ถึง เวลา 15.00 น.
(ยื่นคำร้องประเภทด่วนและด่วนพิเศษให้ยื่นคำร้องภายในเวลา 11.00 น.)

– เวลาสำหรับชำระเงินและรับเอกสารคืนตั้งแต่เวลา 09.00 น. ถึงเวลา 16.00 น.                                               
 (สำหรับคำร้องประเภทด่วนพิเศษสามารถรับเอกสารคืนได้หลังเวลา 15.30 น.)

ติต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 02 207 5999 โทรสาร 02 207 5977 และ Call Center 02 207 5888 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง  http://www.visaforchina.org/BKK_th/

ขอบคุณข้อมูลจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
10
แฟนเพจ  สถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้โพสต์ข้อความแจ้งว่า ปัจจุบัน ทางการญี่ปุ่นประกาศห้ามผู้โดยสารพกพาเพาเวอร์แบงก์หรือแบตเตอรี่สำรองบางประเภท โดยเฉพาะประเภทที่ใช้ Lithium ใส่ลงในกระเป๋าเดินทางที่จะโหลดลงใต้ท้องเครื่องบิน โดยบังคับใช้อย่างเคร่งครัดกับผู้โดยสารที่จะขึ้นเครื่องบินที่สนามบินในประเทศญี่ปุ่น


อย่างไรก็ดี ยังมีผู้โดยสารจำนวนหนึ่งไม่ทราบกฎนี้ และใส่เพาเวอร์แบงก์หรือแบตเตอร์รี่สำรองไว้ในกระเป๋าเดินทาง ทำให้เจ้าหน้าที่สนามบินที่ญี่ปุ่นต้องทำการรื้อค้นกระเป๋าเดินทาง ก่อให้เกิดความไม่สะดวกและล่าช้า

สถานทูตฯ จึงขอแนะนำให้คนไทยที่กำลังจะเดินทางเข้า-ออกประเทศญี่ปุ่น ตรวจสอบรายละเอียดกับสายการบินก่อนการเดินทาง โดยไม่ควรใส่เพาเวอร์แบงก์ไว้ในกระเป๋าเดินทางที่จะโหลดลงใต้ท้องเครื่องบิน

แต่ให้ถือติดตัวและแสดงให้เจ้าหน้าที่ที่สแกนกระเป๋าที่สนามบินตรวจสอบก่อนว่าสามารถใส่ลงในกระเป๋าเดินทางได้หรือไม่ หรือจะให้พกติดตัวขึ้นเครื่องบินได้หรือไม่ เพื่อความสะดวกและความปลอดภัยของทุกคน

ทั้งนี้ ประกาศทางการของฝ่ายญี่ปุ่นกำหนดรายละเอียดประเภทของแบตเตอรี่สำรองที่สามารถถือติดตัวขึ้นเครื่องได้และโหลดลงใต้ท้องเครื่องบินไว้อย่างละเอียด

ที่มา สถานเอกอัครราชทูตไทย  กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

สนับสนุนโดย : ชุดตรวจเอชไอวี
หน้า: [1] 2 3 ... 6
SMF 2.0.6 | SMF © 2011, Simple Machines